งานplant world
วิถีสองข้างทาง
ตั้งแต่ออกจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านสถานที่ราชการ หลังจากนั้นจึงเป็นย่านธุรกิจ มีที่รกร้างว่างเปล่าเป็นหย่อมๆ แสดงให้เห็นถึงการจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ
ถนนสุวินทร์วงศ์ อุตาสาหกรรมเริ่มขยายตัวในบริเวณนี้ มีโรงงานตั้งอยู่ประปรายตามสองข้างทาง
คลองอู่ตะเภา ที่ปั๊มjet ไหลลงสู่อ่าวไทย มีความสำคัญคือ
- ใช้ระบายน้ำท่วม แต่ปัจจุบันมีวัชพืชขึ้นมาก ทำให้ระบายน้ำไม่ได้ และเกิดน้ำท่วม
- เป็นเส้นทางสัญจร คลองมีความยาว 937.90 กิโลเมตร ใช้สัญจรไปได้ถึงจ. อยุธยา
อำเภอบางน้ำเปรี้ยว ชาวบ้านยังมีวิถีชีวิตแบบเกษตรกรรมอยู่
ทางหลวงหมายเลข 3481 เป็นทางหลวงชนบท เป็นเขตเกษตรกรรมเพราะเริ่มเข้าเขตชนบท มีการทำนา และเลี้ยงปลา โดยนาจะเป็นนาหวานน้ำตม ซึ่งจะได้ประโยชน์เกือบเท่านาดำ วิธีการทำนาหว่านน้ำตมคือ นำเอาวัชพืชไปเผาบนพื้นที่นา แล้วปล่อยน้ำเข้ามา หลังจากนั้นนำเมล็ดข้าวหว่านลงไปในน้ำให้รากงอก แล้วค่อยๆลดปริมาณน้ำลงให้รากของข้าวค่อยๆตามน้ำลงไปในดิน เมื่อรากลงดินลึกพอแล้วจึงปล่อยน้ำเข้าอีกครั้ง ให้ยอดต้นข้าวชูขึ้น
เราทราบได้ว่านาผืนนั้นๆเป็นนาหว่านน้ำตมได้เพราะในนาจะเห็นทางน้ำได้อย่างชัดเจน และจะเห็นวัชพืชขึ้นแทรกตามต้นข้าว ไม่ว่าจะเป็นต้นผักเป็ด หรือหญ้าคา ด้วยเหตุนี้ ชาวนาจึงต้องใช้สารเคมีในการกำจัดวัชพืชเหล่านี้ และใช้ปุ๋ยเคมี รวมทั้งต้องใช้รถไถในการเก็บเกี่ยวด้วย ทำให้ต้นทุนในการทำนาหว่านน้ำตมสูง
เดิม การเก็บเกี่ยวข้าว มีสามระยะ คือ
1. ระยะนมคัด เป็นการเกี่ยวเอาข้าวอ่อนไปทำน้ำนมข้าว บูชาแม่โพสพ
2. ระยะรวงข้าว เกี่ยวข้าวอ่อนเพื่อไปทำข้าวเม่า เพื่อทำข้าวกระยาทิพย์
3. ระยะข้าวแก่ เกี่ยวเข้ายุ้ง
ระหว่างทาง ชาวบ้านสองข้างทางประกอบอาชีพเลี้ยงปลากันมาก แต่ละบ้านจะมีบ่อปลา จะปลูก
ต้นมะพร้าวรอบสระ และมีสวนมะม่วงและกล้วยกันมาก
วิธีการทำกระยาสารท
- นำข้าวเม่ามาคั่ว ทำมาจากข้าวเหนียวผสมข้าวตอก
- นำข้าวเม่าที่คั่วมาร่อน
- นำมาเคี่ยวกับน้ำตาล มะพร้าว ถั่วและงา
- นำไปอัดพิมพ์แล้วทิ้งไว้ให้เย็น
วัดแก้วพิจิตร เป็นวัดตระกูลแก้วโพคา เคยเป้นวัดร้างแต่มาสร้างใหม่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นศิลปะผสมผสานหลายแบบ ทั้งศิลปะแบบตะวันตกคือแบบบาร็อคของฝรั่งเศส ศิลปะจีน และศิลปะไทย
ศิลปะตะวันตก เห็นได้จาก ลายพฤกษารอบๆหน้าบัน เสาโรมัน และจิครกรรมรูปดาราฮอลลีวูดที่ศิลปินวาดจากการ์ดซองบุหรี่
ศิลปะจีน เห็นได้จากปูนปั้นรูปมังกรที่เสา
ศิลปะไทย หลังคาv6F[l5ประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา นาคสะดุ้ง กระจังชายคาอุบะ ที่หน้าบันยังมีรูปพระอินทร์
นอกจากนั้นยังมีรูปไก่ที่ช่องลมเหนือประตู สันนิษฐานว่าผู้สร้างวัดคงจะเกิดปีระกา และที่เสามีรูปม้า น่าจะหมายความว่าสร้างวัดเมื่อปีมะเมีย
ในอุโบสถ ประดิษฐานหลวงพ่ออภัย พระพุทธรูปปางอภัยทาน ซึ่งออกแบบโดยกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ที่สวนสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
ได้รู้จักพืชสมุนไพรหลายชนิด คือ
เจตมูลเพลิงขาว บอระเพ็ด เร่วขน ผักหวานบ้าน
ว่านหางจระเข้ จำปา ว่านน้ำ ชะมวง แคบ้าน
ขมิ้นชัน หญ้าหนวดแมว จันทน์ชะมด ขิงแดง
บุนนาค เปราะหอม รางจืด เขยตาย ช้างน้าว
ช้าพลู หญ้าหนวดแมว ยอบ้าน พระจันทร์ครึ่งซีก
ข่าลิง ยอบ้าน สังกรณี อัญชัน โมกบ้าน ว่านนางคำ ฝรั่ง เท้ายายม่อม
กาหลง มะขาม กะเพรา ว่านสาวหลง ตะไคร้ สบู่แดง กากุ๊ก ผักไผ่
จักรนารายณ์ มะขามป้อม เจตมูลเพลิงแดง เชียด บัวบก พิลังกาสา
เปล้าน้อย เร่วหอม ชุมเห็ดเทศ เพชรสังฆาต เตยหอมมหาหงส์ ประคำไก่ จัททน์เทศ ว่านหอมแดง
ส้มป่อย กระตังใบ กระชายดำ หญ้าปักกิ่ง เถาวัลย์เปรียง ตรีชะวา ลิ้นงูเห่า ทำมัง ว่านหอยแครง เสลดพังพอน หนาดใหญ่ ผักคราด ฟ้าทะลายโจร โมกมัน ลำดวน เปล้าใหญ่ กระดังงา กระชาย หมาก มะยม มะกรูด สมอไทย กฤษณา จันทน์ผา กระดูกไก่ดำ สบู่ดำ หนุมานนั่งแท่น นมแมว กระทิง พิกุล ไพลดำ ตะลิงปลิง มะคำดีควาย ชำมะเลียง หนุมานประสานกาย กระวาน พริกไทย ไคล้หอม พลู โมกหลวง เพกา พิมเสน แก้ว ไข่เน่า โปร่ง้า ไพล
สระมรกต
เมอืงโบราณชื่อ ศรีวรศัตปุระ สันนิษฐานว่าสร้างในศตวรรษที่ 10
สระ เป็นการสร้างบารายตามวัฒนธรรมของเขมร ในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 เป็นพทธสถานที่เก่าที่สุด ตั้งอยู่นอกเมืองเพราะในสมัยนั้น ประชาชนในเมืองนับถือศาสนาพราหมณ์ การที่มาตั้งพุทธสถานที่นี่อาจะเป็นเพราะบริเวณนี้มีคนอยู่เยอะ เป็นย่านการค้า เพราะในสมัยนั้นบริเวณนี้คงเป็นชายฝั่งทะเลและมีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับทำนา
ตัวพุทธสถานส่วนล่างสุดเป็นศิลาแลง มีรอยพระบาทประทับอยู่ มีร่องรอยถูกขุด กลบ สามรอบ เจอขอบอิฐ กลบทับด้วยทรายละเอียด ชั้นดินข้างใต้แบ่งเป็น ชั้นล่างสุดคืดศิลาแลง กลบทับด้วยทรายหยาบ ทรายละเอียดและดินตามลำดับ แสดงว่ามีการเปลี่ยนแปลงศาสนาหลายครั้ง
ทางเข้าศาสนสถานคือ โคปุระหรือประตูมีซุ้มหันหน้าไปทางทิศตะวันออกตามคติของขอม เพื่อรับแสงอาทิตย์หรือสุริยเทพให้อาบลงบนรูปเคารพ ข้างในประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก แสดงว่าเป้นศาสนสถานของพุทธศาสนานิกายมหายาน ส่วนสิ่งก่อสร้างทางด้าน....สันนิษฐานว่าเป็นอโรคยาศาลา
รอยพระบาทคือสัญลักษณ์แทนพระพุทธองค์ว่าเป็นเอกบุรุษ การสร้างรอยพระบาทเพื่อระลึกถึงพระองค์ทำต่อเนื่องกันมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ 6 ที่คนเชื้อสายกรีกที่นับถือพุทธศาสนาริเริ่มทำพระพุทธรูป
สัญลักษณ์ธรรมจักรหมายถึงการที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว ไม่เคยประทับอยู่กับที่
เครื่องหมายสวัสดิกะแห่งการหลุดพ้น ปลายทั้งสี่ด้านหมายถึง สุทธิ์ ปัญยา เมตตา ขันติ ตรงกลางเครื่องหมายสวัสดิกะใช้เป็นที่ปักประทีป หมายถึงผู้รู้ ผู้สว่าง ผู้เบิกบาน
ริมสองข้างทางเมื่อเข้าปราจีนบุรี เป็นนาตลอดสองข้างทาง
เข้าพนมสารคาม ตั้งแต่ตลาดเกาะขนุน เข้าอำเภอสนามชัยเขต มาถนนสาย 3245 ที่มุ่งหน้าไปประเทศกัมพูชา สภาพภูมิประเทศเปลี่ยนจากที่ราบลุ่มที่ใช้ทำนา มาเป็นโคกสลับแอ่ง การเกษตรเปลี่ยนมาเป็นปลูกพืชอุตสาหกรรมเช่น มันสำปะหลัง ยางพารา ยูคาลิปตัส มะม่วงหิมพานต์
สวนยาง มีข้อสังเกตดังนี้
1. ลำต้นยางจะเอียงไปตามแสง
2. ต้นสูง ใบเป็นใบประกอบแบบกระจุก มีสามใบย่อย
3. ผลเป็นพวง มีเปลือกแข็ง เมล็ดมีผิวเรียบมัน ลายสีน้ำตาลสลับขาว
4. ยางมีสีขาว
5. เปลือกร่อน สีน้ำตาล มีไลเคนจับเป็นลายสีขาว
6. รอบต้นจะไม่วัชพืชเพราะต้นมรใบร่มครึ้ม
7. น้ำยางจะออกมากตอนหัวรุ่ง
8. เริ่มกรีดได้เมื่อมีอายุสามปี
น้ำยางต้องกรีดตอนหัวรุ่งก่อนแดดออกเท่านั้น เมื่อแดดออกแล้ว อุณหภูมิจะสูงขึ้นทำให้น้ำยางไม่ไหล
น้ำยางมีสองประเภท
1. น้ำยางที่ออกมาจากส่วนเปลือก เป็นยางสีขาว เรียกว่า ลาเท็กซ์ ลาเท็กซ์เป็นยางที่อยู่ในเนื้อเยื่อมีชีวิต เมื่อตัดเนื้อเยื่อ ยางจะไหลออกมา
2. น้ำยางที่อกมาจากส่วนกระพี้หรือแก่นไม้ เป็นเรซิน เมื่อแข็งจะเรียกว่าอำพัน มีสีเหลือง เรซินจะอยู่ในแก่นไม้ ต้องใช้เจาะโคนสุมไฟรมให้เรซินละลาย เรซินใช้นำไปทำน้ำมันยางหรือชัน ใช้ทาเรือ ทาไม้
ระบบรากของต้นยาง
กล้ากิ่งตอนจะออกเป็รรากกระจุก ส่วนต้นที่เกิดจากการเพาะเมล็ดจะออกรากแก้ว
ยางพันธุ์ดั้งเดิม
ยางป่า อายุ10ปีจึงจะเริ่มกรีดได้ กรีดได้นาน 80 ปี
ยางพันธ์ เริ่มกรีดได้เมื่ออายุ 5 ปี กรีดได้นาน 10 ปี หลังจากนั้นจึงนำไม้ไปทำเฟอร์นิเจอร์
ยางพันธุ์ดั้งเดิมมาจากมาเลเซีย ใช้ทำยาง หนัง ถุงมือ ฯลฯ ซึ่งมีตลาดแคบ ปัจจุบันมาเลเซียจึงหันไปปลูกปาล์มน้ำมันแทน เนื่องจากให้ผลิตผลสูงและต้นทุนต่ำ ปาล์มน้ำมันใช้ทำเครื่องสำอางและให้น้ำมัน
เมื่อเริ่มปลูก ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะกรีดยางได้ ตอนต้นยังเล็กๆอยู่ จึงใช้พื้นที่ใต้ต้นปลูกสับปะรด หรือพืชอื่นๆได้
ทัศนติในการศึกษาภาคสนาม
ในการศึกษาภาคสนาม ข้าพเจ้าได้รับความรู้ใหม่ๆที่ไม่เคยรู้มาก่อนมากมาย ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าเป็นนเรื่องเกี่ยวกับพืชเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเรื่องศิลปวัฒนธรรม การใช้ชีวิตของมนุษย์ การอยู่ร่วมกันของมนุษย์กับธรรมชาติและธรรมชาติกับธรรมชาติด้วยกันอีกด้วย
ความรู้เหล่านี้ส่งผลต่อทัศนคติในการใช้ชีวิตของข้าพเจ้า กล่าวคือ การที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของธรรมชาติ ความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกันของพืชด้วยกันเอง และ ความสัมพันธ์ระหว่างพืชกับคน ทำให้ข้าพเจ้าตระหนักได้ว่าพืชเป้นสิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญมากต่อสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น หากขาดพืชไป สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ข้าพเจ้าจึงเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ต้นไม้ และธรรมชาติอื่นๆมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การทัศนศึกษาครั้งนี้จึงเป็นเสมือนสิ่งที่ชี้นำให้ข้าพเจ้าได้ตระหนักถึงวิธีการใช้ชีวิตให้มีความสุขและยังส่งประโยชน์แก่เพื่อนร่วมโลกอีกด้วย
http://download.yousendit.com/4191CAC663EDD05B
edit @ 2007/08/11 15:56:58